Sunday, December 6, 2009

ธรรมชาติความรู้วิทยาศาสตร์

มีการจัดประเภทความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 2 ประเภทที่แตกต่างกัน ความรู้ชนิดแรกคือความรู้เชิงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีการที่นักวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินการปฏิบัติเพื่อให้ได้ความรู้ อีกชนิดคือความรู้ที่เป็นผลผลิตของวิทยาศาสตร์อันเป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์ มโนทัศน์ และทฤษฏี ซึ่งกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ก่อให้เกิดขึ้น นักจิตวิทยารู้จักความรู้2 ชนิดนี้ในนามความรู้เชิงกระบวนการ (procedural knowledge) และความรู้เชิงบรรยาย (declarative knowledge)
เป็นที่ชัดเจนว่าทฤษฎีของการสอนจะต้องรับรู้ถึงวัตถุประสงค์ในการสอนทั้งความรู้เชิงบรรยายและความรู้เชิงกระบวนการ ตอนต่อไปจะได้กล่าวถึงความรู้แต่ละชนิดในรายละเอียดในตอนต่อไป


ความรู้เชิงบรรยาย(descriptive knowledge)

โดยทั่วไปความรู้เชิงบรรยายอยู่ในรูปของหน่วยการเรียนรู้หรือหน่วยคำสอนของเนื้อหาเชิงบรรยาย ที่ประกอบด้วยชุดต่างๆ ของมโนทัศน์และระบบมโนทัศน์ มีองศาของความซับซ้อน ความเป็นนามธรรม และความสำคัญ ต่างๆกัน จะเห็นว่ามโนทัศน์ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวแต่เพียงลำพัง แต่มีความสัมพันธ์กับระบบที่มีความหมาย มักมีโครงสร้างตามลำดับชั้นของมโนทัศน์ มโนทัศน์ที่อยู่เหนือกว่าและต่ำกว่าของระบบมโนทัศน์ นอกจากนั้นมโนทัศน์ยังอ้างถึงรูปแบบบางอย่าง มีการใช้เทอมต่างๆ ซึ่งแบ่งมโนทัศน์ออกได้ 3 ชนิดคือ
1. มโนทัศน์ตามความเข้าใจ ของสามัญสำนึกในทันที
2. มโนทัศน์เชิงบรรยาย เป็นเหมือนกับการมีปฏิสัมพันธ์กับโลกรอบตัว หรือการเปรียบเทียบเทียบเคียงโดยตรงกับวัตถุและเหตุการณ์ 3.มโนทัศน์เชิงทฤษฎี โดยการกำหนดเป็นข้อตกลงเบื้องต้นเหมืนอกับสัจพจน์ ในส่วนของลักษณะที่ไม่อาจรับรู้ได้ ไม่มีใครเข้าใจความหมายของมโนทัศน์เชิงทฤษฎีใดๆโดยปราศจากความเข้าใจบางอย่างและรู้ถึงระบบทฤษฎีที่เป็นอยู่ ซึ่งข้อมูลจากการปฏิบัตินั้นมีระบบทฤษฎีนั้นเป็นพื้นฐาน มีระบบมโนทัศน์อยู่ 2 ชนิดคือ
1. ระบบมโนทัศน์เชิงบรรยาย ประกอบด้วยมโนทัศน์ตามความเข้าใจ มโนทัศน์เชิงบรรยายซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเฉพาะวัตถุที่สามารถรับรู้ได้ และการปฏิสัมพันธ์ของวัตถุเหล่านี้

2. ระบบมโนทัศน์เชิงทฤษฎีประกอบด้วยมโนทัศน์ตามความเข้าใจ เชิงบรรยาย และเชิงทฤษฎี


การเกิดขึ้นของมโนทัศน์เชิงบรรยาย

มโนทัศน์เชิงบรรยายเกิดขึ้นอย่างไร นั้นเป็นเหมือนกับกระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการนี้มีรูปแบบเดียวกับการหาเหตุผลแบบนิรนัยเชิงสมมุติฐาตน (hypothetical-deductive reasoning) ที่นำให้เราไปสู่การทดสอบสมมุติฐาน การเกิดมโนทัศน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเหมือนกระบวนการทางนามธรรมโดยตรง และอยู่บนฐานของความสามารถที่จะสร้างและทดสอบสมมุติฐาน การเข้าใจแบบนี้ความรู้เชิงมโนทัศน์ที่มี (เป็นแง่หนึ่งของความรู้เชิงบรรยาย)ขึ้นอยู่กับความรู้เชิงกระบวนการของแต่ละคน ขณะที่แต่ละคนได้รับทักษะเพิ่มในการใช้ขั้นตอนนิรนัยเชิงสมมุติฐาน การเกิดมโนทัศน์ก็จะง่ายขึ้น
การเกิดมโนทัศน์เชิงทฤษฎี

การเกิดมโนทัศน์เชิงทฤษฎีเป็นที่เข้าใจได้ง่ายเมื่อพิจารณางานของชาร์ล ดาวิน (Charles Darwin) จากการที่เขาได้เปลี่ยนทัศน์จากนักสร้างสรรค์ ไปเป็นนักวิวัฒนาการ ยิ่งกว่านั้นเขาได้สร้างทฤษฎีวิวัฒนาการอันเป็นที่น่าพอใจผ่านทางการใช้การคัดเลือกตามธรรมชาติ (natural selection) ชาร์ล ดาวินได้ก้าวเข้ามาใช้มโนทัศน์การคัดเลือกตามธรรมชาติ โดยที่เขาได้เห็นงานเขียนของ Matthus เกี่ยวกับแนวคิดหลักสำคัญ ที่สามารถยืมมาใช้ในการอธิบายการวิวัฒนาการ แนวคิดหลักก็คือการเลือกที่คิดขึ้น โดยการเลือกพืชสัตว์พื้นเมือง นำไปเทียบเคียงกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในธรรมชาติ และสามารถนับได้ถึงการเปลียนแปลงหรือการวิวัฒนาการของสปีชีซ์
การเทียบเคียงแสดงบทบาทหลักในการเกิดมโนทัศน์เชิงทฤษฎี Handson อ้างถึงกระบวนการที่ยืมแนวคิดเก่าและประยุกต์ใช้ในสถานะการณ์ใหม่ว่า abduction (Hanson, 1947) ยังมีคนอื่นๆอ้างถึงกระบวนการเรียกว่าการวิเคราะห์หาเหตุผลเชิงตรรกะ (analogical reasoning)(Karplus,1979 Lason & Lawson, 1979) โดยวิธีนี้แอปดักชั่น เป็นการใช้การเทียบเคียงยืมความคิดเก่าและประยุกต์ใช้ในสถานะการณ์ใหม่เพื่อสร้างมโนทัศน์ใหม่และคำอธิบายใหม่ การใช้วิธีการวิเคราะห์หาเหตุผลเชิงตรรกะเเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มักจะอ้างถึงกันคือการคิดแบบสร้างสรรค์ สิ่งที่สำคัญคือจิตใต้สำนึก (subconscious mind) แสดงบทบาทสำคัญในการสร้างความคิดใหม๋ตามที่ Pierce อ้างอิงใน Hanson (1977) คือ ” All the ideas of science come to it by way of abduction. Abduction consists in studying the facts and devising a theory to explain them. It is only justification is that if we are ever to understand things at all, it must be that way: แนวคิดทั้งหมดของวิทยาศาสตร์มามีอยู่ได้โดยแนวคิดของแอปดักชัน แอปดักชั่นประด้วยการศึกษาความจริงและออกแบบทฤษฎีที่จะใช้อธิบายในเรื่องที่ศึกษา มันเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนที่เมื่อถ้าเราจะเข้าใจสิ่งต่างๆหรือไม่ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามนั้น”

ทักษะวิทยาศาสตร์(science skills) ในเทอมของสารสนเทศ

โดยการมีทักษะเหล่านี้ก็เพื่อที่จะเข้าใจสารสนเทศทางวิทยาศาสตร์ ที่รวมเอาทักษะการคิดขั้นสูง (higher order thinking skills) เริ่มจากการได้มาซึ่งสารสนเทศ แล้วจัดการประมวลผลสารสนเทศ สุดท้ายเป็นการบูรณาการสารสนเทศ
นั่นคือแบ่งทักษะออกเป็น สามกลุ่มคือ

(1) การได้มาซึ่งสารสนเทศ (Information acquisition)

(2) การประมวลผลสารสนเทศ(Information Processing)

(3) การบูรณาการสารสนเทศ(Integration)
ในกลุ่มของการได้มาซึ่งสารสนเทศประกอบด้วย

การสังเกต (Observation)
การฟัง (Listening)
การอ่าน (Reading)
การศึกษาเรียนรู้ (Study)
การทดลองแบบชี้นำ (Directed Experimentation)

ในกลุ่มการประมวลผลสารสนเทศ

การจัดระบบโครงสร้าง (Oganization)
การวิเคราะห์ (Analysis)
การวัด (Measurement)
การจัดกลุ่ม (Classification)
การพยากร (Prediction)
การสื่อสาร (Communication)
ในกลุ่มการบูรณาการ

การสังเคราะห์ (Systhesis)
การตั้งสมมุติฐาน (Hypothesis)
การทดลองที่เป็นอิสระ (Independent Experimentation)
สามัญการ (Generalization)
การประเมินค่า (evaluation)

อริยสัจสี่กับวิธีการทางวิทยาศาสตร์

แนวการสอนตามแนวศาสนาพุทธ จะสอนจุดหมายปลายทาง และบอกวิธีการ แต่ละคนไปทำให้เกิดผลเอาเอง ไมเหมือนกับองค์กรอาจเป็นวิธีการสาธารณะที่ ผลของมันไม่บังคับเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล กระบวนการทั้งหลาย (process) ทุกคนทุกหน่วยงานได้ผ่านการกลั่นกรองว่าได้ผลจริง
อาจกล่าวได้ว่าวิธีการทางพุทธศาสนาเป็นไปตามหลักในอริยสัจสี่ คนทั่วไปไม่ได้ใช้หลักในกระบวนการนี้จึงไม่ค่อยเห็นคุณค่า ตีความได้ว่า ทุกสิ่งย่อมเกิดจากเหตุปัจจัยให้เกิด นั่นก็คือหลักของเหตุและผล ในอริยสัจสี่ แยกออกเป็น 2 คู่คือ
1. ทุกข์กับสมุทัย โดยทุกข์เป็นผล สมุทัยเป็นเหตุ
2. นิโรชกับมรรค โดยนิโรชหรือความมุ่งหมายเป็นผล ส่วนมรรคเป็นเหตุหรือวิธีการที่จะทำให้เกิดผล
จะเห็นว่าวิธีการทางพุทธศาสนาเริ่มจากสิ่งที่ง่ายอันเป็นผลของการกระทำและไม่ได้กระทำ เห็ตผลที่ดำรงอยู่ขณะนี้ว่าดีหรือไม่ดี แล้วจึงบอกวิธีการว่าจะแก้ที่ไม่ดีอย่างไร และทำอย่างไรให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
พระพุทธเจ้าได้ออกบวชเพื่อหาวิธีการแก้ทุกข์ ในที่สุดก็ค้นพบสัจธรรม อริยสัจสี่ เป็นสัจธรรมที่จะต้องประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับระดับต่างๆ ไม่ว่าใครที่ยังศึกษาอยู่ก็ยังมีทุกข์ และใครๆก็เรียนรู้เพื่อที่จะแก้ทุกข์ วิธีการที่พระพุทธองค์ใช้จะไม่แสดงวิธีการวิเคราะห์ แต่จะเอาหลักธรรมหรือหมวดธรรม โดยปฏิบัติหลักธรรมเล็กให้สอดคล้องกับหลักธรรมใหญ่ เป็นการใช้เหตุผลที่ใช้หลักธรรมใหญ่หรือความจริงใหญ่ เป็นตัวตั้งแล้วสรุปเป็นความจริงย่อย เช่นว่า มนุษย์ทุกคนต้องตาย ซึ่งตรวจสอบยืนยันมาแล้วอย่างไม่มีข้อสงสัยว่าเป็นจริง ถ้าคุณแดงเป็นคนหรือมนุษย์ คุณแดงก็ต้องตายไม่วันใดก็วันหนึ่ง เป็นการใช้เหตุผลเชิงนิรนัย นอกจากนี้ในการคิดนั้นมีทั้งคิดจากปัจจัยภายนอก (ปรโตโฆษะ) และจากปัจจัยภายใน (โยนิสมนสิการ) ในการคิดหาเหตุผลต่างๆในการแก้ทุกข์
เมื่อเทียบกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เริ่มต้นด้วยปัญหาจากสิ่งที่สงสัยใคร่รู้ กำหนดขอบข่ายในการศึกษาเทียบได้กับทุกข์และสาเหตุของทุกข์ เป็นทฤษฎีที่บอกให้ทราบว่าสาเหตุต่างกันก็ให้เกิดทุกข์ที่ต่างกัน ในทางวิทยาศาสตร์นั้นคิดได้ว่าการเกิดปรากฏการณ์ใดๆก็ต้องมีเหตุหรือที่มาของปรากฏการณ์นั้น หรือมีเหตุที่มาของการเปลี่ยนแปลง ขั้นตอนต่อไปทางวิทยาศาสตร์คือวิธีการหาคำตอบ จากการคาดคะเนโดยกำหนดสมมุติฐานที่คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ และขั้นต่อไปต้องกาวิธีการพิสูจน์ยืนยันโดยการทดลอง เก็บรวบรวมข้อมูล แล้ววิเคราะห์ข้อมูลหาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่สนใจศึกษา แล้วสุดทท้ายสรุปผลว่าเป็นไปตามการคาดคะเนหาคำตอบหรือไม่ และให้ได้ข้อสรุปที่เป็นสามัญการ (generalization) ต่างกับวิธีการของพุทธองค์ที่รู้คำตอบแล้วจากการตรัสรู้ของพระองค์เป็นสามัญการแล้วดังในอริยะสัจสี่ ดังนั้นมรรคจึงเทียบได้กับบทที่ 3 ของงานวิจัย ดังนั้นสามารถคิดหรือเทียบเคียงให้อริยสัจสี่ได้กับระเบียบวิจัยที่ไม่ล้าสมัยยังทันกาลอยู่เสมอ

ทฤษฎีโครงสร้างทางความคิดกับการกระทำ

ความคิดเป็นเรื่องของจิตใจ เป็นเรื่องของการสร้างจินตนาการคล้ายๆกับการสร้างวิมานในอากาศ แต่อย่างไรก็ตามความคิดได้ส่งผลถึงสิ่งสำคัญอีกสองประการคือ ความรู้สึก และการกระทำไปตามแนวความคิด มีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความคิด ว่าจะคิดดีคิดร้าย คิดเป็นประโยชน์คิดเป็นโทษ คิดตื้น คิดลุ่มลึกที่กล่าวถึงโครงสร้างทางความคิดอันได้แก่ทฤษฎี ชีมม่า (Schema Theory) คำว่า Schema หมายถึงโครงสร้างความคิดในสมองซึ่งมีการจัดกลุ่มข้อมูลเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ที่ผู้เรียนหรือบุคคลใดๆมีอยู่ ข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์ในการคาดคะเนตีความข้อมูลใหม่ และปรับปรุงข้อมูลใหม่ให้เข้ากับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ แล้วเก็บข้อมูลนั้นไว้ใช้ต่อไป (พีรพงศ์ สุขแก้ว 2548)
การที่มีข้อมูลใน schema มาใช้ประกอบในการตีความ คาดคะเนข้อมูลใหม่ได้นั้น ช่วยผู้เรียนในการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ทำให้การเรียนรู้เร็วขึ้น จากการยึดความรู้เดิมมาใช้ในการคาดเดาสรุปตัดสินใจ แม้จะไม่ถูกต้องทั้งหมดแต่จะค่อยปรับไปในแนวทางที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น โครงสร้างทางความรู้ที่ผู้เรียนมีอยู่เดิมนั้นเป็นที่มาของคำว่า Schemata หรือเป็นโครงสร้างพื้นฐาน (Framework) หรือมีสคริปซ์ (script) หรือโครงสร้างของความรู้ (knowledge structure) มนุษย์มีกระบวนการในการรับประมวลข้อมูลตีความเพื่อเป็นประโยชน์ในการสื่อสารต่อไป โครงสร้างความรู้ไม่ได้อยู่กันอย่างกระจัดกระจายแต่มีลำดับชั้นและมีการจัดกลุ่มตามคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกัน
จากทฤษฎีนี้เมื่อเทียบเคียงมาใช้กับการเรียนรู้สาขาวิชาต่างๆ ตั้งแต่การเรียนรู้ทางภาษานอกจากภาษาแม่ และรายวิชาสาขาต่างๆ ก็ล้วนต้องการสร้างความเข้าใจนำไปใช้ประโยชน์ได้การทราบโครงสร้างทางความคิด ยังต้องเชื่อมโยงไปยังเรื่องอื่นๆ เป็นต้นว่าความรู้สึกการแสดงอารมณ์ รวมทั้งการแสดงออก การกระทำต่างๆ ที่สื่อให้เกิดการเรียนรู้ในทางที่เหมาะสม ดังที่ Diane. (1986) อ้างโดย พีรพล (2005) ชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารเป็นกระบวนการที่ผู้เรียนจำเป็นต้องมีความรู้มากกว่าการรู้รูปแบบของภาษา (form) ความหมาย (meaning) และหน้าที่ของภาษา (Functions) ผู้เรียนยังต้องนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ด้วย นั่นเป็นการยืนยันว่านอกจากจะต้องมีความคิด ความรู้สึกแสดงอารมณ์แล้วยังต้องมีการกระทำ กิจกรรมการเรียนการสอนต่างๆ จำต้องจัดให้มีการปฏิสัมพันธ์การแปลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาที่การเรียนรู้จากการกระทำ จะเกิดการเรียนรู้อยู่ได้นานมากที่สุด เพราะการกระทำไม่ว่ารูปแบบใดจำเป็นต้องใช้ ความคิด แสดงความรู้สึก และทักษะอื่นๆรวมอยู่ด้วยเสมอ

Sunday, November 22, 2009

นกกระยาง

นกกระยางมีให้เห็นอยู่ทั่วไปของประเทศ ตามท้องทุ่งนา แหล่งน้ำเขตน้ำตื้นชายฝั่ง หรือแหล่งน้ำทั่วไป ที่เป็นแหล่งน้ำใหญ่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ก็จะอยู่กันเป็นฝูงใหญ่นับร้อยตัว แต่ที่เห็นทั่วไป อยู่ร่วมกันแบบพึ่งพากับวัว ที่ไหนมีวัวกินหญ้าอยู่ก็มักจะเห็นนกกระยางขาว คอยจับแมลงที่มากัดกินวัว วัวก็ไม่แสดงอาการรังเกียจบางครั้งนกกระยางถงกับไปเกาะบนตัววัวก็มี

Friday, October 23, 2009

เพาะเห็ดฟางจากทะลายปาล์ม

วัสดุอุปกรณ์  เชื้อเห็ดฟาง 1 ถึง  และทะลายปาล์ม

วิธีทำ   นำทะลายปาล์มมาล้างให้สีแดงออกไปให้มากที่สุด ล้างไปเหยียบไป จนน้ำแดงออกไปเกือบหมด ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเกือบ 1 วัน นำทะลายปาล์มมาห่อ แล้วนำเชื้อเห็นฟาง แล้วเก็บในโรงเรือนรองการเจริญเติบโตของเห็ดฟาง ที่จะเก็บเกี่ยวต่อไป

วิธีทำไข่เค็มอย่่างง่าย

เคยถามสูตรไข่เค็มอย่างง่าย
สำหรับไข่ร้อยฟอง
อุปกรณ์ ภาชนะที่ใส่ไข่ 100 ฟองได้ และภาชนะสำหรับต้มน้ำให้เดือดได้
เตาสำหรับต้มน้ำ

วัสดุ   เกลือประมาณ 4 กิโลกรัม
ไข่เป็ด 100 ฟอง

วิธีทำ  ต้มน้ำที่จะใส่ในภาชนะที่ใช้ดองไข่ทำไข่เค็ม ต้มจนน้ำเดือนพร้อมกับเกลือให้ละลายให้หมด ทิ้งไว้ให้น้ำอุ่น  แล้วนำไขทั้ง 100 ฟองมาใส่ให้น้ำต้มเกลือท่อมไขทุกฟอง แล้วใช้ฝาปิดไว้เป็นเวลา 15 วัน ไข่ที่ได้ก็พร้อมที่จะรับประทานได้แล้ว

ควันหลงประกวดมิสทีนไทยแลนด์

จากที่ได้ชมการถ่ายทอดการประกวดมิสทีนไทยแลน  จากผู้เข้าประกวดจำนวนมากในรอบที่คัดให้เหลือ 15 คนนั้นเมื่อประกาศรายชื่อที่เหลือ 15 คนนั้น พบว่าเป็นนางงามลูกครึ่งเสีย 10 คน ดูได้จากนามสกุลที่ใช้ ที่เป็นนามสกุลที่ไม่ใช่เป็นภาษาไทยแน่นอน บางคนทั้งชื่อและสกุลก็เป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมด เวลาให้นางงามตอบคำถามนั้นหลายคนพูดภาษาไทยยังไม่แข็งแรง ก็มีเพี้ยนไปบ้าง แต่ก็ถือว่าพูดภาษาไทยชัดพอควร

ในภาพรวมแล้วนางงามวัยรุ่นนั้นดูสวยงามน่ารัก  มีทั้งรูปร่างหน้าตาดี บางคนสวยเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องแต่งแต้มเสริมแต่งมากนัก บางคนสวยน่ารักเมื่อยิ้ม บางคนเค้าหน้าสวยแบบดารายอดนิยม แต่พอยิ้มกลับด้อยลงก็มี การที่มีนางงามวัยรุ่นที่เป็นลูกครึ่งมากขึ้น  และส่วนมากสังคมไทยก็ให้การยอมรับในการที่ไปแต่งงานกับคนต่างชาติ บางคนกลับสนับสนุนด้วยซ้ำ  จะไม่พูดว่าเหตุผลใด แต่สำหรับกรณีลูกครึ่งแล้วมักจะหน้าตาดี ส่วนหนึ่งก็ต้องได้จากพันธุกรรมดี อีกส่วนหนึ่งมาจากการผสมที่ลงตัวเหมือนกับได้หน้าตาที่เป็นสถาปัตยกรรมใหม่  ก็ดูสวยเทห์ไปอีกแบบ  

Sunday, October 18, 2009

การสอนเนื้อหาของครูที่มีประสบการณ์

ครูที่มีประสบการจะมีความรู้ในการสอนเนื้อหาต่างๆ นั้นประกอบด้วย

(1) ความรู้เกี่ยวกับบริบทสิ่งแวดล้อม สังคม การเมือง วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่นักเรียนได้รับคำถามเพื่อจะให้เกิดการเรียนรู้
(2)ต้องมีความรู้ด้านวิชาชีพครูด้านการสอน
(3)มีความรู้ในด้านเนื้อหาที่จะสอน (subject area knowledge)
(4)จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับนักเรียน ความสามารถของนักเรียน ยุทธวิธีการเรียนรู้ อายุและระดับการพัฒนาการ ท่าทีทัศนคติ การกระตุ้นปลุกเร้า และความรู้เดิมที่มีอยู่ก่อนของผู้เรียนเกี่ยวกับมโนทัศน์ที่จะสอน

ความรู้เกี่ยวกับการสอนเนื้อหาเป็นความรู้แบบที่ต้องมีเอกภาพอยู่ในครู ขึ้นอยู่กับลักษณะซึ่งตัวครูมีความสัมพันธ์กับวิชาชีพครูความรู้ด้านการสอน (ครูรู้อะไรเกี่ยวกับการสอน) กับความรู้เนื้อหาวิชา (ครูรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องที่จะสอน) เป็นการบูรณาการหรือสังเคราะห์ความรู้ด้านการสอนและความรู้ในเนื้อหาวิชา ที่ประกอบกันเป็นความรู้ในการสอนเนื้อหาวิชา Shulman (1986) ได้ให้แนวคิดอันเป็นตัวแทนแนวคิดการสอนดังกล่าว ที่มีผลสูงมากที่สุดคือ การเทียบเคียงอุปมา การสาธิต ยกตัวอย่าง การอธิบาย การสร้างสูตรแบบจำลองเนื้อหาที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ความเข้าใจว่าอะไรทำให้มโนทัศน์เฉพาะหนึ่งง่ายหรือยาก มโนทัศน์และมโนทัศน์ที่มีมาก่อนที่นักเรียนอายุแตกต่างกัน และพื้นฐานที่นำผู้เรียนไปสู่การเรียนรู้

กลวิธีในการเรียนรู้

Piaget เชื่อว่าไม่มีการเรียนรู้ที่แท้จริงนอกจากว่านักเรียนปฏิบัติการคิดกับข่าว สารในกระบวนการดูดซึม (assimilate) หรือกระบวนการปรับความรู้ (accomodates) ในเรื่องใดก็ตามที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม

ตลอดประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา เทคนิคเชิงนามธรรม(abstraction techiques) เช่นการเทียบเคียง (analogy), การจินตนาการ (imagery) ผ่านทางการทดลอง และกรณีวิเคราะห์จำกัดขอบเขต ได้เข้ามามีบทบาทหลัก ซึ่ง Nersessian (1992) สนับสนุนกระบวนการเชิงประวัติศาสตร์จะให้รูปแบบสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้โดย ตัวเอง

ชั้นตอนอันเป็นกลวิธีการคิดเฉพาะ (specific heuristic) หรือเทคนิคเชิงนามธรรม การเทียบเคียงผ่านการทดลอง การวิเคราะห์กรณีศึกษาในขอบเขตที่จำกัด และการหาเหตุผลจากการแทนรูปจิตนาการ (imagistic representation) กลวิธีในการคิดส่งเสริมกระตุ้นให้นักเรียนได้ค้นพบได้โดยตัวเขาเอง

การพัฒนาและการซาบซึ้งสำหรับรากฐานทางประวัติศาสตร์ของความคิดทางวิทยา ศาสตร์ในนักเรียน เป็นตัวกระตุ้นเสริม และบริบทเพื่อความเข้าใจแนวคิดเหล่านั้น กระบวนการเชิงประวัติศาสตร์ได้ให้รูปแบบสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ในตัวเอง

โปรแกรมทางการศึกษาควรจัดให้ผู้เรียนด้วยรากฐานเพื่อความเข้าใจ ทำไม และ อย่างไรที่ความรู้ใหม่สัมพันธ์กับสิ่งที่นักเรียนรู้แล้ว และให้ผู้เรียนได้รู้สึกได้ในการยืนยันว่าพวกเขามีความสามารถในการใช้ความ รู้ใหม่นี้ในบริบทใหม่ เป็นการเรียนรู้ที่แท้จริง ที่มีการปรับโครงสร้างของความรู้ (restructuring) หรือ accommodation หรือการเปลี่ยนมโนทัศน์ (conceptual change) สอดคล้องกับความหมายให้การศึกษา (educating) ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ จึงเป็นกระบวนการที่เราแสวงหาแนวทางการเปลี่ยนแปลงความหมายของประสบการณ์ อย่างกระตือรือร้น (Educating is the process by which we actively seek to change the meaning of experience)

รากฐานสำคัญ

ไม่มีตึกใดที่ไม่วางรากฐาน หรือตอกเสาเข็ม ถ้อยคำข้างต้นนี้บ่งชี้ให้ทราบว่าจะทำอะไรต้องมีความรู้ในการทำสิ่งนั้นๆ เสียก่อนถึงจะทำให้งานประสบผลสำเร็จ เปรียบเทียบกับการก่อสร้างตึกอาคารที่จะต้องมีพื้นฐาน ฐานรากที่มั่นคงจึงจะทำให้อาคาร ตึกที่อยู่อาศัยมีความแข็งแรงคงทน สามารถพักอาศัยได้อย่างปลอดภัย

Saturday, October 17, 2009

ซอพท์แวร์เพื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตนเอง

การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ทำได้ไม่ยากถ้ามีซอพท์แวร์เพื่อการเรียนรู้ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซอพท์แวร์เพื่อการเรียนรู้มากมาย แต่จะขอแนะนำบางรายการที่หามาใช้ได้ไม่ยาก ดังนี้

talking dictionary ซึ่งสามารถค้นคำ หาความหมายดูรูปภาพประกอบได้ และออกเสียงที่ถูกต้องให้ผู้เรียนได้ เช่น Oxford taking dictionary American talking dictionary และ Cambridge Advanced Learner s Dictionary โดยเฉพาะของ Cambridge นั้นให้เลือกได้ว่าจะออกเสียงแบบอังกฤษหรือแบบอเมริกันก็ได้

ซอพท์แวร์ที่ใช้ในการฝึกพูด ผู้เรียนรู้สามารถที่จะฝึกพูดโดยการอัดเสียงลงไปในคอมพิวเตอร์และซอพท์แวร์สามารถที่จะบอกได้ว่าผู้เรียนผูดเลียนเสียงได้เหมือนมากน้อยแค่ไหน เช่นซอพท์แวร์ ชุด talk to me ซึ่งแบ่งออกเป็นระดับพื้นฐาน และระดับกลาง ชุดของ Rosetta Stone ซึ่งแบ่งออกเป็นสองระดับ เลือกได้ว่าจะใช้สำนวน อเมริกาหรือ อังกฤษ โดยเฉพาะของ Rosetta Stoneนอกจากให้ฝึกพูด แล้วยัง ฝึก อ่าน ฟัง และเขียนได้ด้วย มีแบบฝึกหัดให้ฝึกจำนวนมาก

ซอพท์แวร์อื่นๆ ที่นำมาใช้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ์ ได้แก่ ภาพยนต์ที่พูดภาษาอังกฤษ และบรรยายภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นบทเรียนซีเอไอมัลติมีเดียที่จัดทำเป็นภาษาอังกฤษก็สามารถนำมาใช้ประกอบในการเรียนรู้ผ่านทางสาขาวิชาที่ผู้เรียนถนัด เช่นซอพท์แวร์มัลติมีเดียของ The Times Education Series ซึ่งมีเกือบทุกสาขาวิชา ไว้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้สาขาวิชาตัวเองถนัด และเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วยในขณะเดียวกัน
อินเตอร์เนตคือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านทางโปรโตคอล TCP/IP ที่ใช้ในการเชื่อมต่อมาตรฐานเดียวกัน แต่ยังมีเทคโนโลยีที่สำคัญที่ทำให้อินเตอร์เป็นจริง ใช้งานได้ดีก็คือ เทคโนโลยีเวิร์ลไวด์เว็ป ซึ่งใช้ไฮเปอร์เท็กซ์ ไฮเปอร์มีเดีย และมัลติมีเดีย และที่สำคัญยิ่งก็คือทางวิ่งของโปรแกรมคือระบบปฏิบัติการ ซึ่งก็หนีไม่พ้นต้องเป็นไมโครซอพท์วินโดว์ แม้จะมีระบบปฏิบัติการลีนุก แต่การติดต่อกับผู้ใข้ และการติดต่ออุปกรณ์ยังไม่ดีเท่า จึงยังไม่ได้รับความนิยม

ปัจจุบันอินเตอร์เนตเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ยิ่งใช้มากก็อาจเห็นประโยชน์ทั้งด้านการประกอบอาชีพและเพื่อความบันเทิง มีตัวอย่างคนนครผู้หนึ่งแม้ไม่ได้จบการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ แต่เห็นความสำคัญนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งลงทุนซื้อระบบคอมพิวเตอร์ และฐานข้อมูลทางธุรกิจ จนทำให้ประสบผลสำเร็จ จากการเห็นประโยชน์ของข้อมูล ทางการค้าและธุรกิจ นำมาตัดสินใจในการลงทุน นับร้อยล้าน

มีคอมพิวเตอร์ที่ติดต่ออินเตอร์เนตรูปใดรูปหนึ่ง ทางพ็อกเก็ต พีซี โน้ตบุค หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลตึ้งโต๊ะ ถือว่าเป็นความจำเป็นในภาวะปัจจุปัน ลูกได้ใช้เรียนรู้ เล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง คาราโอเกะได้ ตัดต่อตกแต่งภาพ จดหมาย ถึง กัน ส่งรูปให้ดูกันไม่ว่าอยู่มุมไหนของโลกได้ คุณยายในเกาหลีส่งอีเมลถึงหลาน ในเกาหลีมีการใช้อินเตอร์เนตหนาแน่นมากที่สุดประเทศหนึ่งมากกว่า 40 เปอร์เซ็นใช้อินเตอร์เนต

โอมเพจซ์ก็ไม่ใช่อะไรอื่นเป็นหน้าแรกที่เจ้าของเตรียมไว้ให้ผู้ใช้เข้ามาติดต่อ มาดูมาเยี่ยมชม ดังนั้นใครคิดที่จะสร้างโฮมเพจซ์จะต้องมีดีที่อยากโชว หรืออยากแลกเปลี่ยนความรู้ หรือโฆษณาซื้อขาย กันทางอินเตอร์เนตจ่ายเงินผ่านทางบัตรเครดิต จึงเป็นที่มาอีกอย่างว่าใครเข้าไปชมโฮมเพจซ์หรือเว็ปไซต์ไหนมากแสดงว่าน่าสนใจ หรือมีอะไรดีมาบอก ให้เรียนรู้ หรือให้ความบันเทิงดี จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมจึงให้บริหารอีเมลล์ฟรี เพราะเมื่อเข้ามามากๆ ก็จะได้ค่าโฆษณาอีก ความจริงส่วนใดอันที่มานำเสนอผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เรียกว่าเว็บเพจซ์ทั้งนั้น แต่ถ้าพูดถึงเว็ปไซต์ก็หมายถึงที่ตั้งของเว็ปหรือโฮมเพจซ์ที่เป็นทางการหน่อย อาจจะอยู่ในลักษณะเครือข่ายก็ได้

สุดท้ายอีเลินนิ่ง เกือบทุกมหาวิทยาลัยทั่วโลก มีเว็ปไซต์ของตัวเอง และมักจะมีอีเลินนิ่งให้ผู้ที่เข้าไปเยี่ยมชมได้เข้าไปศึกษา รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง โดยไม่ต้องเสียเงิน ได้รู้ว่ามหาวิทยาลัยไหนเก่งทางด้านไหน ก็มักจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบ กำลังศึกษาเรื่องใดก็พอทราบได้จากเว็ปไซต์ กล่าวได้ว่าอินเตอร์เนตเป็นเครื่องมือที่สำคัญยิ่ง ในการเรียนรู้ตามที่ชอบ มีอะไรฟรีอีกมาก โดยเฉพาะความรู้ที่มากจนยากแก่การคัดเลือก และเมื่อรู้อะไรดีเพื่อแผ่ให้ผู้อื่นก็ทางอินเตอร์เนตเป็นเวทีในการแสดงความคิดเห็น ช่วยแก้ปัญหา หาคำตอบให้กับผู้ที่แสวงหาอยู่เสมอ

E_Learning คือ Learning

ขณะที่ทางธุรกิจได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อย่างเต็มที่ ที่บูรณาการเข้ากับธุรกิจเพื่อการแข่งขัน เพื่อการบริหารลูกค้า และพัฒนาคุณภาพการให้บริการ ดังนั้น e-Bussiness ก็คือ Bussiness อย่างเห็นได้ชัด ในทางการศึกษาสามารถคิดได้ในทำนองเดียวกันว่า e-Learning ก็คือการเรียนรู้ ที่ทุกคนมีโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ได้โดยตนเอง เพียงแต่ต้องเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ มีสินค้าและบริการเกิดขึ้นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจยากลำบากในการเลือกชื้อเลือกใช้ การจะตัดสินใจได้ว่าอะไรดีกว่าอะไร ไม่จำที่ทุกคนต้องไปศึกษาทุกอย่างด้วยตนเอง แต่สามารถสืบค้นได้จากแหล่งข้อมูลและสารสนเทศที่น่าเชื่อถือ สิ่งแรกที่ทุกคนควรจะทราบคือการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรสารสนเทศ ในปัจจุบันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องหันมาพึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์โลกหริออินเตอร์เนต
การพัฒนาการติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เนตเป็นช่องทางสำคัญที่นำไปสู่ การประยุกต์ใช้ทางการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเรียนรู้ ซึ่งไม่จำกัดสถานที่เวลาไม่จำกัดเพศวัย เพียงแต่ให้มีคอมพิวเตอร์ที่ติดต่อกับอินเตอร์เนตได้ ผลจากการพัฒนาเทคโนโลยีเวิด์ลไวด์เว็ป ซึ่งบูรณาการนำเสนอสื่อแบบต่างๆ เข้าด้วยกัน ดังที่เรียกว่ามัลติมีเดีย และคุณลักษณะที่ให้ผู้ใช้ได้มีส่วนร่วมตอบโต้กับคอมพิวเตอร์ เช่นการเชื่อมโยงสื่อต่างๆ ที่เรียกกันว่าลิงค์ หรือไฮเปอร์เท็กซ์หรือ ไฮเบอร์มีเดีย ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่ที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองได้ สามารถที่จะเลือก สิ่งที่ต้องการเรียนรู้และประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเองได้
การเรียนรู้ทางอินเตอร์เนตมีมากมายหลายแบบผ่านทางเว็ปไซต์หรือโฮมเพจซ์ที่ ต่างๆก็พยายามออกแบบ ให้ผู้ใช้สนใจที่จะเข้าไปเรียนรู้ไป ทำกิจกรรม โดยมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์มีทั้งที่จัดบริการฟรี และที่ต้องจ่ายค่าบริการ การท่องไปในเว็ปไซต์ต่างๆ นั้นมีมากมายซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีบางเว็ปที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ตามความสนใจ ความถนัด ซึ่งการพัฒนารูปแบบของการเรียนรู้ทางอิเลคทรอนิกส์ ได้ออกแบบให้ผู้เรียนให้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง พูดคุยกับผู้สอน และผู้เรียนด้วย และผู้เชี่ยวชาญ ทั้งยังสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ทั้งทางจดหมาย ทางกระดานสนทนา ทางการสนทนาออนไลน์การเรียนรู้ทางอิเลคทรอนิกส์จึงเป็นเหมือนการจำลองห้องเรียน แต่การเรียนรู้เป็นของผู้เรียนที่จะเลือกเรียน ความถนัด ความอยากรู้ เข่นเนื้อหาใดที่มีความรู้อยู่แล้วก็อาจข้ามไป การเรียนรู้ทางอิเลคทรอนิกส์จึงอาจจะจำแนกผู้เรียนได้ตามกลุ่มความรู้พื้นฐานได้ง่ายกว่า
ปุจจุบันการเรียนรู้ทางอินเตอร์เนตจะมีระบบการจัดการเรียนรู้ ที่แบ่งกลุ่ม เป็นผู้เรียน ผู้สอน ผู้ช่วยสอน ผู้ดูแลระบบ ซึ่งโดยระบบจะมีสิทธิการเข้าถึงข้อมูลแตกต่างกัน มีเครื่องมือที่ให้ใช้ได้แตกต่างกัน เช่นในส่วนของผู้สอนจะมีเครื่องมือสำหรับประเมินผลการเรียนรู้ การทำประกาศการ ให้งานและการบ้าน ในส่วนของผู้เรียนก็จะมีที่ส่งการบ้านเป็นต้น นอกจากนี้ผู้สอนอาจกาหนดให้ใครเป็นผู้ช่วยสอนแทนได้โดยมีสิทธิเกือบทั้งหมดของผู้สอน การสร้างเนื้อหามีส่วนให้ผู้สอนหรือผู้เขี่ยวชาญได้ออกแบบบทเรียนให้เกิดการเรียนรู้ได้เร็ว และน่าสนใจมีเนื้อหาครบถ้วนและทันสมัย นอกจากนี้มีเครื่องมือในการค้นที่ผู้เรียนสามารถสืบค้นเนื้อหาที่ต้องการในรายวิชาได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามรายวิชาหรือเนื้อหาที่มีคุณภาพยังมีน้อยเมื่อเทียบกับรายวิชาทั้งหมดที่ให้บริการอยู่ขณะนี้
โดยทั่งไปรายวิชาต่างๆ ที่เปิดสอนให้บริการทางอินเตอร์เนตนั้นมี ทั้งที่ให้บุคคลทั่วไปเข้าไปเรียนรู้ได้ฟรี เป็นวิชาสาธารณะหรือเปิดเผย บ้างก็ให้ลงทะเบียนให้มีชื่อและรหัสผ่านอาจเรียกว่าวิชาที่ป้องกัน รายวิชาที่ต้องขออนุญาตจากผู้สอนหรือผู้ดูแลระบบก่อนอาจเป็นรายวิชาที่ต้องจ่ายเงินค่าลงทะเบียนก่อนจึงเข้าเรียนได้ อย่างไรก็ตามมีรายวิชาแบบเปิดเผยและสาธารณะอยู่มากที่ผู้เรียนสามารถที่จะเลือกเข้าไปเรียนรู้ได้ เฉพาะรายวิชาที่มีคุณภาพ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชได้ดำเนินโครงการอีเลนนิ่งสำหรับประชาชน ที่ทุกคนสามารถจะมาใช้ศูนย์ปฏิบัติการ ที่อาคาร 11 ห้อง 1117 มาเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ด้วยตนเงอง ผู้สนใจสามารถมาทดลองใช้ เรียนรู้วิธีเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้เนื้อหาต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เลือกเข้าไปเรียนรู้ได้ฟรีตามตามสนใจ การดำเนินโครงการกำลังพัฒนารายวิชาต่างๆที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้ด้วยตนเองได้ รวมทั้งรายวิชาที่พัฒนาไว้ที่ค่างๆ ทั่วโลกที่สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้

Tuesday, October 6, 2009

การศึกษาตลอดชีวิต

เพื่อการปรับปรุงคุณภาพชีวิต และเพื่อชีวิตที่ดีกว่า